วันศุกร์ที่ 5 สิงหาคม พ.ศ. 2559

ชมรม คนทำไร่อ้อย | Facebook,ฝูงตั๊กแตนข้าวบุกไร่อ้อยชาวจอมบึง กัดกินต้นอ้อยแล้วกว่า 1.5 พันไร่


  ราชบุรี - ตั๊กแตนข้าว หรือตั๊กแตนไฮโรไกลฟัสระบาดหนัก กัดกินต้นอ้อยของชาวไร่อ้อยในพื้นที่อำเภอจอมบึงไปแล้วกว่า 1,500 ไร่ ขณะที่รองอธิบดีกรมวิชาการเกษตรลงพื้นที่ให้ความรู้ชาวไร่เร่งกำจัด
       
       เมื่อเวลา 15.00 น. วันนี้ (4 ส.ค.) น.ส.เสริมสุข สลักเพ็ชร์ รองอธิบดีกรมวิชาการเกษตร ได้นำหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเดินทางมาที่วัดเขาผึ้ง หมู่ 7 ต.ปากช่อง อ.จอมบึง จ.ราชบุรี เพื่อให้ความรู้กับเจ้าของไร่ออ้อยในการกำจัดและป้องกันตั๊กแตนข้าว หรือตั๊กแตนไฮโรไกลฟัส (Hieroglyphus spp.) ซึ่งกำลังระบาดหนักในพื้นที่ ต.ปากช่อง อ.จอมบึง อยู่ในขณะนี้กว่า 1,500 ไร่ โดยตั๊กแตนข้าวจะมีลักษณะตัวมีหลายสี ทั้งสีเขียวอ่อน สีน้ำตาลแดง เหลืองอ่อน และบางตัวจะมีสีดำ ส่วนที่ใต้ท้องจะมีสีดำตลอดลำตัว จะกัดกินใบอ้อยจนเหลือแต่เส้นกลางใบ ทำให้ต้นอ้อยชะงักการเจริญเติบโต และจะขยายพันธุ์ออกไปเรื่อยๆ ทำให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องต้องเร่งเข้ามาดำเนินการกำจัดวงจรของตั๊กแตนข้าว เพื่อไม่ให้ระบาดออกไปอีก
       
       นายวีรยุทธ สุขเสงี่ยม ผู้ใหญ่บ้านหมู่ 16 ต.ปากช่อง อ.จอมบึง จ.ราชบุรี กล่าวว่า ตอนตั๊กแตนข้าว หรือตั๊กแตนไฮโรไกลฟัส กำลังระบาดอย่างหนัก กัดกินใบอ้อยของชาวไร่อ้อยตั้งแต่ใบล่างจนถึงใบบนทำให้อ้อยชะงักไม่โต
       
       "ตอนนี้ระบาดไปกว่า 1,000 ไร่แล้ว ชาวบ้านทำได้เพียงไปจับตั๊กแตนมาทอดกิน และตอนนี้ก็รอสารเคมีจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้ามาช่วยพ่น ซึ่งตั๊กแตนนั้นเริ่มระบาดเมื่อประมาณ 2 เดือนที่ผ่านมา"
       
       ด้านนายพินิจ เจริญเร็ว เกษตรจังหวัดราชบุรี กล่าวว่า ตอนนี้ตั๊กแตนได้เข้ามาทำลายไร่อ้อยด้วยการกัดกินใบ ทำให้ต้นอ้อยชะงักไม่โต ทางหน่วยงานราชการได้บูรณาการร่วมกันในการถ่ายทอดความรู้ในการป้องกันกับเกษตรกร ซึ่งก็มีหลายวิธี เช่น การใช้เชื้อราเขียว ใช้สารเคมี รวมทั้งใช้คนเข้าไปทำการจับตั๊กแตนมาปรุงอาหาร และบริเวณข้างแปลงอ้อยก็จะต้องทำความสะอาดเพื่อไม่ให้เป็นที่อยู่อาศัยของตั๊กแตน
       
       "ขณะนี้ตั๊กแตนได้ทำลายใบอ้อยไปแล้วจำนวนมาก ทำให้ผลผลิตลดลง และขณะนี้ตั๊กแตนได้ทำลายไร่อ้อยไปแล้วกว่า 1,500 ไร่ โดยจะทำเป็นย่อมๆ ไม่ใช่ทั้งแปลง ซึ่งจะต้องเร่งดำเนินการกำจัดวงชีวิตของตั๊กแตนอย่างเร่งด่วนเพื่อไม่ให้กระจายไปในพื้นที่อื่นๆ" 

ที่มา+เคดิตข่าว : http://www.manager.co.th/Local/ViewNews.aspx?NewsID=9590000077670